วันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2558

สโมสรฟุตบอลเชลซี (อังกฤษ: Chelsea Football Club) เป็นสโมสรฟุตบอลอาชีพที่ตั้งอยู่ในเขตฟูลัม, ลอนดอน ซึ่งเล่นอยู่ในพรีเมียร์ลีก ลีกสูงสุดของฟุตบอลอังกฤษ สโมสรฟุตบอลเชลซีก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2448 สโมสรได้เล่นอยู่บนลีกสูงสุดของประเทศเป็นส่วนใหญ่ในหน้าประวัติศาสตร์ของสโมสร สนามเหย้าของสโมสรคือสแตมฟอร์ดบริดจ์ มีความจุ 41,837 ที่นั่ง[2] สแตรมฟอร์ดบริดจ์เป็นสนามเหย้านับตั้งแต่มันถูกสร้างขึ้น

เชลซี
Chelsea FC svg.png
ชื่อเต็มสโมสรฟุตบอลเชลซี
ฉายา
ทหารเกษียน (กระทั่งปี 1952)

สิงโตน้ำเงินคราม (ปัจจุบัน)
ก่อตั้งมี.ค. 10, 1905; 110 ปีก่อน[1]
สนามสแตมฟอร์ดบริดจ์
ความจุ42,449 ที่นั่ง
เจ้าของโรมัน อบราโมวิช
ประธานบรูซ บัค
ผู้จัดการโชเซ มูรีนโย
ลีกพรีเมียร์ลีก
2014−15พรีเมียร์ลีก, อันดับที่ 1


สีชุดทีมเยือน
สีชุดที่สาม

สแตมฟอร์ดบริดจ์


สนามฟุตบอลสแตมฟอร์ดบริดจ์
สแตมฟอร์ดบริดจ์ (Stamford Bridge) เป็นสนามฟุตบอลแห่งเดียวของเชลซีตั้งแต่เริ่มก่อตั้งมาตั้งอยู่ในเขตฟูแลม ในลอนดอน โดยเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2420 โดยในช่วง 28 ปีแรกที่เปิดใช้ ได้ใช้เป็นส่วนหนึ่งของสนามกรีฑาด้วย สนามสแตมฟอร์ดบริดจ์ออกแบบโดยสถาปนิกชาวสก็อต จุคนได้กว่า 42,000 คน

เนื้อเพลง เชียร์เชลซี



เพลงประจำสาวกเชลซี



Chelsea! Chelesa!
No one can stop us now!
Chelsea, Boys in blue!
Chelsea! Chelsea! We love you!
Chelsea! Our love is true!
No one can stop us now!
Chelsea! We’re the team!
Chelsea! Chelsea! We’re the dream!
Chelsea! We’re supreme!
No one can stop us now!
The boys are back in town!
And we are Wembley bound!
And all are dressed in Blue!
And we’re gonna win for you!!
And when we score the goals!
We’re gonna Rock and Roll!!
We’ve fought a long long way!
And we are here to say!!
And Everybody sing!!
Chelsea, Boys in blue!
Chelsea! Chelsea! We love you!
Chelsea! Our love is true!
No one can stop us now!
Chelsea! We’re the team!
Chelsea! Chelsea!
We’re the dream!
Chelsea! We’re supreme!
No one can stop us now!
We simply are the best!
We’re gonna beat the rest!
Together we are one!
Look at what we’ve done!
The road is long and tough!
But we are strong enough!
Enough to see it through!
And make our dream come true!!!
And Everybody sing!!
Chelsea, Boys in blue!
Chelsea! Chelsea! We love you!
Chelsea! Our love is true!
No one can stop us now!
Chelsea! We’re the team!
Chelsea! Chelsea!
We’re the dream!
Chelsea! We’re supreme!
No one can stop us now!
Spoken:
Stamford bridge to Wembely!
Step by step in harmony!
Have a drink! It’s party time!
Chelsea! Chelsea! You are mine!!!
Chelsea!! Chelsea!!
No one can stop us now!!!
Chelsea, Boys in blue!
Chelsea! Chelsea! We love you!
Chelsea! Our love is true!
No one can stop us now!
Chelsea! We’re the team!
Chelsea! Chelsea!
We’re the dream!
Chelsea! We’re supreme!
No one can stop us now!

รายชื่อนักเตะ เชลซี 2015/2016 พรีเมียร์ลีก Squad Chelsea 2015-2016 Premier League



เบอร์รายชื่อนักเตะตำแหน่งสัญชาติวันเกิดPlayer ChelseaNote
1อัสเมียร์ เบโกวิชผู้รักษาประตูบอสเนีย20/6/1987Asmir Begovic
2บรานิสลาฟ อิวาโนวิชกองหลังเซอร์เบีย22/2/1984Branislav Ivanovic
3–
4เชสก์ ฟาเบรกัสมิดฟิลด์สเปน4/5/1987Cese Fabregas
5เคิร์ท ซูม่ากองหลังฝรั่งเศส27/10/1994Kurt Zouma
6บาบา ราห์มันกองหลังกาน่า2/7/1994Baba Rahman
7รามิเรสมิดฟิลด์บราซิล24/3/1987Ramires
8ออสการ์มิดฟิลด์บราซิล9/9/1991Oscar
9ราดาเมล ฟัลเกาศูนย์หน้าโคลัมเบีย10/2/1986Radamel Falcaoยืมจาก โมนาโก
10เอด็อง ฮาร์ซาร์มิดฟิลด์เบลเยียม7/1/1991Eden Hazard
11ฮวน กวาดราโด้มิดฟิลด์โคลัมเบีย26/5/1988Juan Cuadradoให้ ยูเวนตุส ยืม
12จอห์น โอบี มิเคลมิดฟิลด์ไนจีเรีย22/4/1987John Obi Mikel
13ธิโบต์ คูร์กตัวส์ผู้รักษาประตูเบลเยี่ยม11/5/1992Thibaut Courtois
14เบอร์ทรานด์ ตราโอเร่มิดฟิลด์บูร์กินาฟาโซ6/12/1995Bertrand Traore
15–
16โรเบิร์ต เคนเนดี้ศูนย์หน้าบราซิล8/2/1996Robert Kenedy
17เปโดร โรดรีเกซมิดฟิลด์สเปน28/7/1987Pedro
18โลอิค เรมี่ศูนย์หน้าฝรั่งเศส2/1/1987Loic Remy
19ดีเอโก้ คอสต้าศูนย์หน้าสเปน7/10/1988Diego Costa
20วิคเตอร์ โมเซสมิดฟิลด์ไนจีเรีย12/12/1990Victor Moses ให้ เวสต์แฮม ยืม
21เนมานย่า มาติชมิดฟิลด์ยูโกสลาเวีย1/8/1988Nemanja Matic
22วิลเลียนมิดฟิลด์บราซิล9/8/1988Willian Borges da Silva
23–
24แกรี่ เคฮิลล์กองหลังอังกฤษ19/12/1985Gary Cahill
25–
26จอห์น เทอรี่กองหลังอังกฤษ7/12/1980John Terry
27จาเมล แบล็คแมนผู้รักษาประตูอังกฤษ27/10/1993Jamal Blackman
28เซซาร์ อัซปิลิกวยต้ากองหลังสเปน28/8/1989Cesar Azpilicueta
29–
30–
31อันเดรียส คริสเตนเซ่นกองหลังเดนมาร์ก10/4/1996Andreas Christensen
32–
33–
34โอลา ไอน่า
35โดมินิค โซลังกี้
36รูเบน ลอฟตัส-ชีคมิดฟิลด์อังกฤษ23/1/1996Ruben Loftus-Cheek
37เจค คล้าร์ก-ซอลเตอร์
38–
39–
40–
41–
42–
–ปาปี้ ฌิโลโบฌีกองหลังเซเนกัล1/12/1988Papy Djilobodji
–นาธาเนียล ชาโลบาห์มิดฟิลด์อังกฤษ12/12/1994Nathaniel Chalobahให้ นาโปลี ยืม
–นาธาน อาเก้กองหลังเนเธอร์แลนด์18/2/1995Nathan Akeให้ วัตฟอร์ด ยืม
–ปีเตอร์ เช็กผู้รักษาประตูสาธารณรัฐเช็ก20/5/1982Petr Cechย้ายไป อาร์เซน่อล
–ฟิลิเป้ หลุยส์กองหลังบราซิล9/8/1985Filipe Luisย้ายไป แอตเลติโก มาดริด
–ดิดิเยร์ ดร็อกบาศูนย์หน้าไอวอรี่โคสต์11/3/1978Didier Drogbaย้ายไป มอนทรีออล
–อันเดร ชูร์เล่ศูนย์หน้าเยอรมัน6/11/1990André Schürrleย้ายไป โวล์ฟสบวร์ก
–มาร์โค ฟาน กิงเคลมิดฟิลด์เนเธอร์แลนด์1/12/1992Marco Van Ginkelย้ายไป สโต๊ค ซิตี้
–โมฮาเหม็ด ซาลาห์มิดฟิลด์อียิปต์15/6/1992Mohamed Salahย้ายไป โรม่า
–
ประวัติ
ชาริล ชับปุยส์ เกิดวันที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2535 ที่เมืองโคลเทิน (Kloten) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์[1] เป็นบุตรคนเดียวของดาเนียล ชัปปุยส์ ชาวสวิส และไพลิน ชัปปุยส์ ชาวไทย โดยมีพี่สาวต่างมารดา 1 คนชื่อซาบีนา[2]
ชาริล จบการศึกษาระดับเกรด 12 จากโรงเรียนกีฬาในเมืองโคลเทิน มีส่วนสูง 180 เซนติเมตร โดยเริ่มต้นหัดเล่นฟุตบอลกับบิดาแต่เด็ก จนเมื่ออายุได้ 7 ขวบมีโอกาสได้เล่นฟุตบอลระดับเยาวชนให้กับสโมสรโคลเทินที่สวิตเซอร์แลนด์ในปี พ.ศ. 2542 จากนั้น 1 ปี ก็ย้ายมาอยู่สโมสรเอสซี ยังเฟลโลวส์ยูเวนตุส [3]ต่อมาใน พ.ศ. 2546 ชาริล ชัปปุยส์ย้ายมาอยู่ทีมชุดเยาวชนของสโมสรกราสฮอปเปอร์ ซูริก ในสวิสซูเปอร์ลีก

การเล่นฟุตบอลอาชีพ

กราสฮอปเปอร์ ซูริก 2

ในขณะเป็นนักเตะชุดเยาวชนของกราสฮอปเปอร์ ซูริก ชาริล ชัปปุยส์ ได้มีโอกาสลงเล่นให้กับทีมกราสฮอปเปอร์ ซูริก 2 ซึ่งเป็นทีมสำรองที่ลงแข่งในระดับลีกาคลาสสิก หรือดิวิชัน 4 ของสวิตเซอร์แลนด์ ในฤดูกาล 2552-2553 โดยในฤดูกาลนั้นชาริลเคยมีชื่อเป็นตัวสำรองของทีมกราสฮอปเปอร์ ซูริกชุดใหญ่หลายนัดในการแข่งขันระดับซุปเปอร์ลีก ซึ่งเป็นลีกสูงสุด แต่ไม่ได้ถูกส่งลงสนาม
ชาริล ลงเล่นให้กราสฮอปเปอร์ ซูริก 2 ในระดับลีกาคลาสสิก (ดืวิชั่น 4) กลุ่มที่ 2 โดยลงเล่นเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552 ในนัดที่เปิดบ้านถล่มสโมสรเอสเฟา ชาฟฟ์เฮาเซิน ไป 6-1 [4]
ปีต่อมาชาริล ชัปปุยส์ถูกส่งมาเล่นให้กับทีมสำรองในระดับดิวิชั่น 4 อีกครั้งในฤดูกาล 2553-2554 อย่างไรก็ตามชาริล ชัปปุยส์ มีโอกาสลงสนามให้ทีมชุดใหญ่ของกราสฮอปเปอร์ 1 นัด ในฟุตบอลถ้วยสวิส คัพ รอบแรก เมื่อวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2553 ในนัดที่ไปเยือนสโมสร แบร์โรช กอร์กีเย[5]

โลการ์โน[แก้]

เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2554 ชาริลย้ายไปเล่นให้กับสโมสรโลการ์โน ในระดับแชลเลนจ์ ลีก หรือดิวิชั่น 2 ของสวิตเซอร์แลนด์ ด้วยสัญญายืมตัว ภายใต้การคุมทีมของดาวิเด โมรันดี และลงสนามให้โลการ์โน นัดแรกในวันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 ในแชลเลนจ์ลีกที่ต้องออกไปเยือนสโมสรโวห์เลน ที่สนามนีเดอร์แมทเทน โดยชาริลถูกส่งลงมาเป็นตัวสำรองในช่วงท้าย[6]
วันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 ชาริล ชัปปุยส์ ยิงประตูแรกในลีกให้กับโลการ์โนได้ในนัดที่บุกไปชนะสโมสรเอฟซี วิล 2-1 ที่สนามแบร์กฮอลซ์ [7] เมื่อจบฤดูกาล สโมรโลการ์โนได้อันดับที่ 9 โดยชาริล ชัปปุยส์ลงสนาม 28 นัด (ในแชลเลนจ์ลีก 26 นัด สวิสคัพ 2 นัด) ยิงในลีก 2 ประตู

เอฟซี ลูกาโน[แก้]

ชาริล ชัปปุยส์ ย้ายทีมในรูปแบบยืมตัวอีกครั้ง โดยย้ายมาร่วมทีมเอฟซี ลูกาโน ในแชลเลนจ์ลีก ฤดูกาล 2555-2556 เป็นระยะเวลา 5 เดือน โดยลงเล่นภายใต้การคุมทีมของไรมอนโด ปอนเต
ชาริลลงสนามนัดแรกให้เอฟซี ลูกาโนในวันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2555 โดยเปิดบ้านชนะเอฟซี วิล 3-1 ที่สนามคอร์นาเรโด [8]และเป็นกำลังสำคัญในช่วงครึ่งฤดูกาลแรก โดยเมื่อหมดสัญญายืมตัวในเดือนธันวาคม จึงเดินทางกลับสโมสรกราสฮอปเปอร์ ตลอดการยืมตัวชาริลสนามให้เอฟซี ลูกาโน 17 นัด (ในแชลเลนจ์ลีก 16 นัด สวิสคัพ 1 นัด)

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด[แก้]

เดือนมกราคม พ.ศ. 2556 ชาริล ชัปปุยส์ ย้ายมาเล่นฟุตบอลในประเทศไทยกับสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ภายใต้การคุมทีมของอรรถพล บุษปาคม ด้วยสัญญา 2 ปี และลงสนามให้บุรีรัมย์ ยูไนเต็ดนัดแรกเป็นตัวจริงเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556 ในเอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก รอบเพลย์ออฟ ที่พบกับบริสเบน โรอา (ประเทศออสเตรเลีย) ที่สนามนิวไอโมบายสเตเดียม[9]
ต่อมาวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ชาริล ชับปุยส์ลงเล่นรายการฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานเป็นครั้งแรก ในการแข่งขันฟุตบอลถ้วยพระราชทานประเภท ก. 2556 หรือ โค้ก แชริตี้ คัพ 2013ที่พบกับสโมสรเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ที่สนามศุภชลาศัย โดยที่บุรีรัมย์เอาชนะไปได้ 2-0 และคว้าแชมป์ถ้วย ก.ไปครอง
การลงเล่นในไทยพรีเมียร์ลีกครั้งแรกของชาริล ชัปปุยส์ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2556 ในนัดที่บุรีรัมย์ฯ เปิดสนามนิวไอโมบาย สเตเดี้ยม พบกับสโมสรสุพรรณบุรี เอฟซี นัดนั้น เขาปั่นลูกเตะมุมโค้งเข้าประตูไปอย่างสวยงาม[10]
ต่อมาในวันที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2556 ชาริล ได้รับบาดเจ็บหนักที่หัวเข่าจากเอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่มที่บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด พบกับสโมสรเจียงซู เสิ่นตี้ (ประเทศจีน) โดยชาริล ยิงประตูให้ทีมขึ้นนำ 2-0 ชาริลวิ่งแสดงความดีใจไปบริเวณมุมธงพร้อมกระโดดแบบสุดตัว แต่จังหวะลงขาขวาที่รับน้ำหนักกลับเสียหลักจนหัวเข่าบิดอย่างน่าหวาดเสียว ทำให้ไม่สามารถเล่นต่อได้ และต้องพักรักษาอาการบาดเจ็บ 3 เดือน[11] เขากลับมาลงสนามได้อีกครั้งในวันที่ 3 กรกฎาคม ในการแข่งขันฟุตบอลถ้วยโตโยต้า ลีกคัพ 2556 รอบ 8 ทีมสุดท้าย นัดแรก ที่พบกับสโมสรอุดรธานี เอฟซี โดยชาริลถูกส่งลงมาในครึ่งหลังและเป็นคนยิงประตูชัยให้ทีมชนะ 1-0 โดยประตูดังกล่าวเป็นการยิงประตูในการแข่งขันถ้วยลีกคัพ ประตูแรกของชาริลอีกด้วย [12]
จากนั้นชาริลกลับมาลงสนามในไทยพรีเมียร์ลีก เลก 2 ในวันที่ 7 กรกฎาคม ที่ต้องออกไปเยือนสโมสรสุพรรณบุรี เอฟซี โดยถูกส่งลงมาเป็นตัวสำรองในครึ่งหลัง[13]
เมื่อจบฤดูกาล 2556 บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ ด้วยการคว้าถึง 4 แชมป์ในฤดูกาลเดียว ได้แก่ แชมป์ถ้วย ก., แชมป์ไทยพรีเมียร์ลีก, แชมป์โตโยต้า ลีกคัพ และแชมป์ไทยคม เอฟเอคัพ[14] และชาริลมีส่วนร่วมในทุกรายการ โดยเขาลงสนามในฤดูกาลนี้รวม 28 นัด (ไทยพรีเมียร์ลีก 16 นัด,เอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก 6 นัด,ไทยคม เอฟเอคัพ 2 นัด,โตโยต้า ลีกคัพ 2 นัด,ถ้วย ก.และเอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก รอบเพลย์ออฟ รายการละ 1 นัด) ยิงได้ทั้งหมด 4 ประตู (ไทยพรีเมียร์ลีก 2 ประตู,โตโยต้า ลีกคัพ 1 ประตู และเอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก 1 ประตู[15])
ฤดูกาลต่อมาชาริล เริ่มต้นกับสโมสรด้วยการคว้าแชมป์ฟุตบอลถ้วยพระราชทานประเภท ก. 2557 โดยชนะสโมสรเมืองทอง ยูไนเต็ด 1-0 ซึ่งเป็นการคว้าแชมป์รายการนี้เป็นสมัยที่ 2 ของเขา แต่หลังจากนั้นเมื่อการแข่งขันไทยพรีเมียร์ลีก 2557 เริ่มต้นขึ้นเขากลับประสบปัญหาฟอร์มตก โดยในช่วงแรกเขายังรักษาตำแหน่งตัวจริงในทีมไว้ได้แต่มักถูกเปลี่ยนตัวออกและเล่นไม่เต็มเวลา จนกลางเดือนเมษายน สโมสรเปลี่ยนแปลงผู้ฝึกสอนเป็น โบซิดาร์ บันโดวิช โค้ชชาวเซอร์เบีย[16] ชาริลก็หลุดเป็นตัวสำรองของทีมและถูกเปลี่ยนตัวลงมาเล่นในช่วงก่อนหมดเวลาเป็นบางนัด
เดือน มิถุนายน บุรีรัมย์ฯ เปลี่ยนแปลงผู้ฝึกสอนอีกครั้ง โดยแต่งตั้ง อเล็กซานเดอร์ กามา เข้ามาเป็นโค้ชคนใหม่[17] และชาริล ชัปปุยส์ ที่เป็นตัวสำรองก็ถูกส่งตัวไปให้สโมสรสุพรรณบุรี เอฟซียืมใช้งานจนจบฤดูกาล เพื่อโอกาสในการลงสนามอย่างสม่ำเสมอ
โดยในเลกที่ 1 ของฤดูกาล 2014 นี้ ชาริลลงสนามให้บุรีรัมย์ทั้งหมด 19 นัด โดยเป็นการลงเล่นในไทยพรีเมียร์ลีกเพียง 12 นัด โตโยต้า ลีกคัพ และถ้วย ก. รายการละ 1 นัด แต่ก็ยังได้ลงสนามในการแข่งขันเอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม ถึง 5 นัดด้วยกัน

สุพรรณบุรี เอฟซี[แก้]

เดือนมิถุนายน พ.ศ. 2557 ช่วงเลกที่ 2 ของไทยพรีเมียร์ลีก สโมสรสุพรรณบุรี เอฟซียืมตัวชาริล มาเล่นจนจบฤดูกาล ภายใต้การคุมทีมของเวลิซาร์ เอมิลอฟ โปปอฟ โค้ชชาวบัลแกเรีย โดยชาริล ย้ายมาเพื่อโอกาสในการลงเล่นอย่างสม่ำเสมอ และได้เสื้อหมายเลข 40
ชาริล ชัปปุยส์ลงเล่นให้สุพรรณบุรี เอฟซีนัดแรกวันที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2557 ที่พบกับสโมสรบีอีซี เทโรศาสน[18] และมาทำประตูแรกให้กับสุพรรณบุรี เอฟซี ได้จากลูกโหม่ง ในวันที่ 26 กรกฎาคม ที่พบสโมสรฟุตบอลสิงห์ท่าเรือ ที่สนามกีฬากลางจังหวัดสุพรรณบุรี[19] และมายิงในไทยพรีเมียร์ลีกได้อีก 1 ประตู ในนัดที่พบกับสโมสรอาร์มี่ ยูไนเต็ด ที่สนามกีฬากองทัพบก[20]
การเล่นที่สุพรรณบุรี เอฟซี ชาริล เป็นผู้เล่นคนสำคัญและกลับมาทำผลงานได้อย่างดีอีกครั้ง จนสามารถยึดตำแหน่งในแดนกลางของทีมได้ และเกียรติศักดิ์ เสนาเมือง โค้ชทีมชาติไทย ได้เรียกเขาติดทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ไปแข่งขันในกีฬาเอเชียนเกมส์ 2014 ที่ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งไทยได้อันดับ 4 และก้าวขึ้นมาติดชุดใหญ่ในปลายปีซึ่งสามารถคว้าแชมป์ เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2014 มาครองได้สำเร็จ
ชาริลลงสนามในเลกที่ 2 ให้สุพรรณบุรีทั้งหมด 20 นัด (ไทยพรีเมียร์ลีก 17 นัด และไทยคม เอฟเอคัพ 3 นัด) ยิงในลีกได้ 2 ประตู และสโมสรจบฤดูกาล 2557 ด้วยอันดับ 6 ซึ่งเป็นอันดับสูงสุดของสโมสร และเข้าถึงรอบรองชนะเลิศถ้วยไทยคม เอฟเอคัพ ได้เป็นครั้งแรก โดยชาริลได้เซ็นสัญญาย้ายมาร่วมทีมสุพรรณบุรี เอฟซีอย่างถาวรเมื่อจบฤดูกาล[21]
ฤดูกาล 2558 ชาริล ได้เปลี่ยนมาใส่เสื้อเบอร์ 10[22][23]

สถิติ[แก้]

สโมสรฤดูกาลลีกฟุตบอลถ้วยลีกคัพทวีปอื่นๆรวม
ดิวิชันนัดประตูนัดประตูนัดประตูนัดประตูนัดประตูนัดประตู
กราสฮอปเปอร์2009-2010ซุปเปอร์ลีก000000000000
2010-2011ซุปเปอร์ลีก000010000010
รวม000010000010
กราสฮอปเปอร์ 22009-2010ลีกาคลาสสิก กลุ่ม 213100000000131
2010-2011ลีกาคลาสสิก กลุ่ม 213200000000132
รวม26300000000263
โลการ์โน (ยืมตัว)2011-2012แชลเลนจ์ลีก26200200000282
ลูการ์โน (ยืมตัว)2012-2013แชลเลนจ์ลีก16000100000170
รวม42200300000452
บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด2013ไทยพรีเมียร์ลีก16220216120284
2014ไทยพรีเมียร์ลีก12000105010190
สุพรรณบุรี (ยืมตัว)2014ไทยพรีเมียร์ลีก17230000000202
สุพรรณบุรี2015ไทยพรีเมียร์ลีก
รวม454503111130676
รวมทั้งหมด

ทีมชาติ[แก้]

สวิตเซอร์แลนด์[แก้]

ในระดับทีมชาติ ชาริล ชัปปุยส์ เริ่มเข้าทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ตั้งแต่รุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี และคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกรุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี ที่สหพันธ์สาธารณรัฐไนจีเรีย ได้ในปี พ.ศ. 2552 โดยเขามีส่วนช่วยทีมครบทุกนัดในการแข่งขันรายการระดับโลก[25] ด้วยผลงานยอดเยี่ยมดังกล่าวจึงทำให้ชาริลเคยตกเป็นข่าวกับสโมสรฟุตบอลระดับโลกทั้งฮัมบูร์กและยูเวนตุสทีเดียว[26]

ทีมชาติไทย[แก้]

ชาริล ชัปปุยส์ เคยถูกเรียกเข้าร่วมทีมชาติไทย โดยวินฟรีด เชฟเฟอร์ อดีตหัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทยเพื่อเข้าร่วมศึกฟุตบอลเอเชียนคัพ 2015 แต่เนื่องจากเขาเคยเล่นให้กับทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ในการแข่งขันฟุตบอลโลกรุ่นอายุไม่เกิน 17 ปีมาก่อน จึงต้องให้ฟีฟ่าพิจารณาการเปลี่ยนสัญชาติ ซึ่งไม่ทันกับการแข่งขันในครั้งนั้น จึงยังไม่ได้ร่วมแข่งขันในนามทีมชาติไทย[15]
หลังฟีฟ่ารับรองให้ชาริลเป็นนักเตะทีมชาติไทย เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หัวหน้าฝึกสอนนักฟุตบอลทีมชาติไทยในขณะนั้น ก็เรียกให้ชาริลเข้าร่วมทีมชาติรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ซึ่งเขาเล่นนัดแรกที่รับการมาเยือนของสโมสรฟุตบอลบาร์เซโลนาในเดือนสิงหาคม ก่อนเปิดตัวในนามทีมชาติอย่างเป็นทางการในนัดที่พบกับทีมชาติยูกันดา เมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2556 และร่วมทีมชาติอีกในการแข่งขันซีเกมส์ ครั้งที่ 27 ที่ประเทศพม่า[27]
หลังจากประสบความสำเร็จจากการคว้าแชมป์เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2014 มาแล้ว ในฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพครั้งที่ 43 ชับปุยส์ได้รับบาดเจ็บที่หัวเข่า ทำให้พลาดการลงเล่นในครั้งนี้ โดยต้องพักรักษาตัวนาน 1-2 เดือน[28] แต่ต่อมาในกลางปีเดียวกัน พบว่าต้องพักรักษาร่างกายนานจนถึงต้นปีหน้า[29]

เกียรติประวัติ[แก้]

ทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์[แก้]

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด[แก้]

ทีมชาติไทย[แก้]

 เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

รางวัล[แก้]


  • รางวัลเอ็มไทยท็อปทอล์กอะเบาต์ 2015 สาขานักกีฬาชายที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุด[31]
  • ผู้เล่น


    พัทธนันท์ พิจิตรธรรม (ชื่อเล่น: แชมป์) เป็นนักกีฬาฟุตบอลชาวไทย ผู้เข้าแข่งขันไทยพรีเมียร์ลีกให้แก่สังกัดสโมสรฟุตบอลจังหวัดสุพรรณบุรีในฐานะผู้รักษาประตู
    ภานุพงศ์ พิจิตรธรรม.jpg
    พลวัฒน์ วังฆะฮาด นักฟุตบอลชาวไทยของสโมสรสุพรรณบุรี เอฟซี ในไทยพรีเมียร์ลีก โดยเริ่มเป็นที่รู้จักจากฟอร์มการเล่นที่โดดเด่นเมื่อครั้งเล่นให้สโมสรโอสถสภา เอ็ม-150


    สกลวัชร์ สกลหล้า เกิดวันที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2534 เป็นนักฟุตบอลไทย เริ่มต้นการเล่นฟุตบอลอาชีพกับสโมสรฟุตบอลจังหวัดขอนแก่น ก่อนจะย้ายมาสโมสรฟุตบอลจังหวัดสุพรรณบุรี ปัจจุบัน เล่นให้กับ บางกอก เอฟซี ในตำแหน่งกองหลัง

    ปรัชญ์ สมัคราษฎร์ (ชื่อเล่น: ปรัชญ์) นักฟุตบอลตำแหน่งกองหลังของบีอีซี เทโรศาสน เคยเป็นนักฟุตบอลทีมมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ปัจจุบันจังหวัดสุพรรณบุรี

    ประทุม ชูทอง เกิดเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2526 ที่จังหวัดระนอง เป็นนักฟุตบอลอาชีพชาวไทย เล่นในตำแหน่งกองหลังปัจจุบัน เล่นให้กับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และ ทีมชาติไทย ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2552 ปัจจุบันจังหวัดสุพรรณบุรี

    จักรพันธ์ พรใส (ชื่อเล่น: บอล) เกิดวันที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2530 เป็นนักฟุตบอล สัญชาติไทย โดยปัจจุบันเล่นในตำแหน่งปีก ให้กับ สุพรรณบุรี เอฟซี

    บุญเกียรติ วงค์ษาแจ่ม เป็นนักกีฬาฟุตบอลชาวไทย ปัจจุบันสังกัดสโมสรฟุตบอลสุพรรณบุรี เป็นผู้เล่นในตำแหน่งผู้รักษาประตู


    ช้างศึกยุทธหัตถีเปิดตัว อันเดร หลุยส์ ไลเต้ กองหน้าแซมบ้ารายใหม่ ที่ฤดูกาลล่าสุดลงล่าตาข่ายให้กับ แอตเลติโก้ กัวเนนเซ่ ในซีรีย์บี บราซิล มาร่วมทัพ
    สุพรรณบุรี เอฟซี ทีมชั้นนำในศึกไทยพรีเมียร์ลีก คว้านักเตะต่างชาติรายที่ 4 โดยเปิดตัว อันเดร หลุยส์ ไลเต้ กองหน้าชาวบราซิลวัย 28 ปี จาก เบาวิสต้า-อาร์เจ สโมสรต้นสังกัดในบราซิล โดยไม่เปิดเผยรายละเอียดของสัญญา

    อันเดร หลุยส์ เกิดวันที่ 19 ก.พ.1986 เคยร่วมทีมเยาวชนของ ครูไซโร่ สโมสรในซีรีย์อา ของบราซิล ก่อนจะก้าวขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่ในฤดูกาล 2007 จากนั้นในฤดูกาล 2008 อันเดร หลุยส์ ถูก เกรมิโอ ทีมในซีรีย์อาด้วยกันยืมตัวไป ต่อมากองหน้าวัย 28 ปี ได้เล่นให้กับอีกหลายสโมสรไม่ว่าจะเป็นทั้งในซีรีย์อา และ บี กับ อเมริกา อาร์เอ็น, ปอนเต เปรต้า, ดูคูว์ เดอ คาเซียส์ รวมไปถึง แอตเลติโก้ กัวเนนเซ่ สโมสรล่าสุดก่อนที่ อันเดร หลุยส์ จะมาย้ายมาสุพรรณบุรี เอฟซี โดยลงเล่นไป 32 นัด ยิงไป 8 ประตู ในซีรีย์บี บราซิล

    อดีตนักเตะครูไซโร่ กล่าวถึงการมาร่วมทีม สุพรรณบุรี เอฟซี ว่า "การย้ายมาร่วมทีมสุพรรณบุรี เอฟซี ในครั้งนี้ สิ่งแรกที่ผมต้องทำคือการปรับตัวให้เข้ากับสไตร์การเล่นกับฟุตบอลเอเชีย โดยเฉพาะเมืองไทยให้เร็วที่สุด เพราะนี่คือการออกมาค้าแข้งนอกประเทศครั้งแรก หลังจากที่ได้มาซ้อมรวมกับทีม 2-3 วันนี้ ก็ได้เห็นถึงศักยภาพความพร้อมของทีม มีการจัดการที่ดี ส่วนนักเตะก็ล้วนมีฝีเท้าที่ดี ผมจะทำให้ดีที่สุดเพื่อนำเอาชนะมาให้เเฟนบอลชาวสุพรรณให้ได้ครับ "